วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2561

Yes I can. โดย CanCan BNK48

CanCan BNK48 กับงานกิจกรรมของเธอ

ไอดอลสายจิตอาสาที่แท้ทรู

วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ประกาศผลทุนค่ายอาสา พฤษภาคม 2560

ตามที่ได้ประกาศทางเพจ พระมหาโอ๊ท ว่าเปิดรับโครงการค่ายอาสาพัฒนาเพื่อพิจารณาให้ทุนค่าย ทุนละ 5,000 บาท จำนวน 3 ทุน รวม 15,000 บาท ส่งไฟล์โครงการและหนังสือขอทุนไปที่ me@mahaoath.com ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 10 พ.ค. 60 ประกาศผล 15 พ.ค. 60 พิธีมอบทุนค่ายอาสา 21 พ.ค. 60 ณ วัดภูเขาทอง อยุธยา


บัดนี้ก็ถึงเวลาประกาศผลการพิจารณาแล้ว

ค่ายที่ได้ทุน ให้ติดต่อมาก่อน เพื่อนัดหมายเรื่องการรับทุนวันที่ 21 พฤษภาคม 2560 ที่วัดภูเขาทอง อยุธยา

ค่ายที่ 1 ได้รับทุน 5,000.- บาท

ค่ายครูอาสาสู่ชนบท ครั้งที่ 15 ชมรมครูอาสา สโมสรนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม





ค่ายที่ 2 ได้รับทุน 5,000.- บาท

ค่ายแสงเทียน ครั้งที่ 24 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย




รายละเอียดโครงการ(ค่ายแสงเทียน 24) from mahaoath พระมหาโอ๊ท

ค่ายที่ 3 ได้รับทุน 5,000.- บาท  

ค่ายต้นกล้าครูพันธุ์ดี ครั้งที่ 5 สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่




ทั้ง ๓ ค่าย ให้ติดต่อมาด้วยครับ

////////////////////////
แก้ไขเพิ่มเติม 24/5/2560 ทุกค่ายได้รับเงินทุนสนับสนุนค่ายอาสาพัฒนาจากสายลมแห่งอาสาเรียบร้อยแล้ว



สาธุ บุญรักษา

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ให้ทุนค่ายอาสาพัฒนา โครงการ มร.ปั้นฝัน ปันน้ำใจเพื่อน้อง ครั้งที่ ๑

ค่ายอาสาพัฒนา โครงการ มร.ปั้นฝัน ปันน้ำใจเพื่อน้อง ครั้งที่ ๑ โดย กลุ่มเยาวชนสานฝัน มหาวิทยาลัยรามคำแหง จะออกค่ายที่ ร.ร.ธรรมิกวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนผู้บกพร่องทางการมองเห็น วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๙ และผู้ดำเนินโครงการได้ขอรับทุนสนับสนุนค่ายอาสาจากโครงการสายลมแห่งอาสา

หนังสือขอทุนค่ายอาสา
เมื่อพิจารณาโครงการแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ สมควรได้รับการสนับสนุน


ค่ายอาสา มร.ปั้นฝัน ปันน้ำใจเพื่อน้อง ครั้งที่ ๑ from mahaoath พระมหาโอ๊ท

จึงได้ให้ทุนสนับสนุนค่ายอาสาพัฒนา โครงการ มร.ปั้นฝัน ปันน้ำใจเพื่อนน้อง ครั้งที่ ๑ จำนวน ๒๐,๐๐๐.- บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)
บัญชีธนาคารของกลุ่มเยาวชนสานฝัน

โอนเงินให้ทุนสนับสนุนค่ายอาสาพัฒนา
ขอให้โครงการสำเร็จลุล่วงด้วยดี และใช้เงินสนับสนุนไปในทางที่เกิดประโยชน์ที่สุด ขออนุโมทนาต่อจิตอาสาทุกๆ ดวง

***********************************************************
ค่าย มร.ปั้นฝัน ปันน้ำใจเพื่อน้อง ครั้งที่ ๑ ได้ส่งหนังสือขอบคุณและภาพกิจกรรมมาให้ร่วมอนุโมทนากันแล้ว


วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

รีวิวการใช้บริการธนาคารจิตอาสาในฐานะองค์กร : อาสาพาใจมาอนุรักษ์

เมื่อวานนี้ (๑๘ มิ.ย. ๕๙) ได้จัดกิจกรรมจิตอาสานำร่อง ในนามของ "กลุ่มจิตอาสาวัดภูเขาทอง" โดยอาศัยเว็บไซต์ ธนาคารจิตอาสา เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรม ในชื่อกิจกรรมว่า "อาสาพาใจมาอนุรักษ์ ครั้งที่ ๑" -- http://www.jitarsabank.com/event/view/2516


เริ่มแรกเราคุยกันว่าอยากได้อาสาสมัครประมาณ ๔๐ - ๕๐ คน ทางธนาคารจิตอาสาแนะนำว่าควรจะรับสมัครเกินไว้เท่าตัว จึงได้ลงรับสมัครไว้ว่าต้องการ ๑๐๐ คน มีผู้สนใจสมัครเกิน ๑๐๐ แต่พอใกล้ๆ วันงานได้ยกเลิกไปบ้าง เหลือที่ลงชื่อกับธนาคารจิตอาสาไว้ ๘๙ คน วันจริงมีมาลงทะเบียน ๘๗ คน ถือว่าน่าพอใจมากทีเดียว

อาสาพาใจมาอนุรักษ์ ครั้งที่ ๑
ในฐานะองค์กรที่ต้องการจิตอาสามาทำงาน คงต้องลองอีกสัก ๒ - ๓ งานถึงจะสรุปได้ว่า ธนาคารจิตอาสา สามารถตอบโจทย์เราได้ทุกครั้งหรือไม่ ครั้งนี้คงจะพอรีวิวได้เฉพาะในส่วนของความยากง่ายในการใช้งานเว็บไซต์

ความเห็นส่วนตัวแล้วข้าพเจ้าถือว่า ธนาคารจิตอาสา ทำระบบเว็บไซต์ออกมาให้ฝั่งองค์กรใช้งานได้สะดวกพอสมควรสำหรับผู้ที่มีความสันทัดในการใช้งานเว็บไซต์อยู่บ้าง คือไม่ง่ายเหมือนเฟซบุ๊ก หรือไลน์ แต่ก็ไม่ยากขนาดวิกิพีเดีย สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงคือการนำทางไปหน้าต่างๆ ยังงงๆ อยู่นิดๆ ต้องอาศัยความเคยชิน บางครั้งตั้งใจจะไปหน้าแรกขององค์กร คลิ๊กไปโผล่หน้าแก้ไขข้อมูลองค์กร อย่างนี้เป็นต้น

สรุป การใช้งานเว็บไซต์ธนาคารจิตอาสา
      ข้อดี - มีอาสาสมัครรอจะร่วมทำงานจิตอาสาเป็นจำนวนมาก หาอาสาสมัครได้ไม่ยาก
              - ระบบรองรับค่อนข้างสมบูรณ์ สามารถดาวน์โหลดรายชื่ออาสาสมัครเป็นไฟล์ excel ได้ ทำงานต่อง่ายขึ้น
              - อาสาสมัครสามารถสื่อสารถึงองค์กรได้ง่าย
     ข้อด้อย - การนำทางในเว็บยังสับสนเล็กน้อย
                  - องค์กรติดต่อกลับไปยังอาสาได้ลำบาก ไม่มีระบบส่งข้อความถึงอาสาทั้งหมดในคราวเดียว
                  - การใส่รูปกิจกรรมเมื่อจบงานใส่ได้ทีละรูป ไม่สามารถใส่พร้อมกันหลายรูปได้

ทั้งนี้ต้องขออนุโมทนาขอบคุณ ธนาคารจิตอาสา ที่เป็นสื่อกลางให้กับทางองค์กร และทำให้กิจกรรม "อาสาพาใจมาอนุรักษ์ ครั้งที่ ๑" สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และโอกาสต่อไปคงได้ร่วมงานใช้บริการอีก ไม่ว่าจะในนามของ "กลุ่มจิตอาสาวัดภูเขาทอง" (ทำกิจกรรมในพื้นที่วัดภูเขาทอง) หรือในนาม "สายลมแห่งอาสา" (ทำกิจกรรมในพื้นที่อื่นๆ นอกจากวัดภูเขาทอง)















วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ให้ทุนค่ายอาสาพัฒนา โครงการสานฝันแบ้งปันเพื่อน้อง ครุศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

โครงการสานฝันแบ่งปันเพื่อน้อง

ให้การสนับสนุนโครงการสานฝันแบ่งปันเพื่อน้อง ของคณะครุศาสตร์ เอกสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ดังนี้

  • เงินสด ๒,๐๐๐.- บาท
  • ยาสามัญประจำบ้านจำนวนมาก
  • คูลเลอร์สเตนเลส ๑ ใบ
  • สมุด - เครื่องเขียน จำนวน ๑ กล่อง
  • ฯลฯ


อ.ปิยะ มีอนันต์ มารับมอบเงินและสิ่งของด้วยตนเอง


วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สายลมแห่งอาสาเพื่อนเด็กไท


นับจากโพสต์ที่แล้วว่าด้วยเรื่องของการมาพัฒนาวัดภูเขาทอง ซึ่งตอนนั้นเรียกว่า "อาสามา" จนถึงตอนนี้เจ้าคณะผู้ปกครองได้มอบหมายให้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง เรียกว่า "มีภาระหน้าที่"

มาอยู่วัดภูเขาทองได้มีโอกาสพบปะกับญาติโยมกลุ่ม "เพื่อนเด็กไท" กลุ่มจิตอาสาวัยทำงาน ชอบทำบุญ ชอบออฟโรด ชอบเดินทาง สรุปคือมี "ธาตุ" ไปในแนวเดียวกัน จึงขอบิณฑบาตสติ๊กเกอร์กลุ่มมาติดข้าง "ช้างน้อย" (นามเดิมนิลมังกร)

"ช้างน้อย" กับป้ายสังกัด "กลุ่มเพื่อนเด็กไท"
งานแรกที่ได้ร่วมบุญกับ "เพื่อนเด็กไท" คือการสนับสนุนปัจจัยเพื่อซื้อแผงโซล่าเซลล์ไปถวายที่ชัยภูมิ เสียดายว่าติด "ภาระหน้าที่" เลยไม่ได้ไปด้วย


โครงการถวายแผงโซล่าเซลล์ สำนักสงฆ์เขาน้ำทิพย์ จ.ชัยภูมิวันที่ 10 พ.ค. 2558 ขอกุศลนี้จงสำเร็จแด่ผู้ร่วมบุญทุกๆท่านครับ สาธุ สาธุ สาธุ
Posted by กลุ่มเพื่อนเด็กไท on Wednesday, May 20, 2015


งานที่ ๒ จะได้ไปด้วยหรือไม่ยังตอบไม่ได้ แต่ช่วยบอกบุญได้


คิดถึงกลิ่นดินบนยอดดอยคิดถึงเด็กน้อยที่เฝ้ารอคิดถึงของที่มีจนเกินพอคิดจะขอไปแบ่งไปปันกัน
Posted by พระมหาโอ๊ท on Wednesday, May 20, 2015


ใครต้องการร่วมบุญ โอนเงินมาได้ที่
เลขบัญชี 392-2-13383-0 ธ.ธนชาต สาขาพระนครศรีอยุธยา ชื่อบัญชี นัธนิติ มานะทัต
บุญรักษาครับ

**** สรุปว่าได้ไปขุนยวมด้วย ประทับใจมากครับ****



สายลมแห่งอาสาเพื่อนเด็กไท
Posted by พระมหาโอ๊ท on Tuesday, June 23, 2015

วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

อาสาพัฒนา "วัดภูเขาทอง"

วัดภูเขาทอง ที่มีเจดีย์ภูเขาทอง เจดีย์พี่เจดีย์น้องกับพระเจดีย์ชัยมงคล วัดใหญ่ชัยมงคล  ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หากจะกล่าวถึงเรื่องของเจดีย์แล้ว ก็มีที่ขึ้นชื่อเรื่องความสูงใหญ่และมีประวัติศาสตร์สำคัญอยู่ ๒ เจดีย์ดังกล่าว โดยเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคลนั้นสูงเป็นอันดับ ๑ และเจดีย์ภูเขาทอง สูงเป็นอันดับ ๒

เรื่องราวของพระเจดีย์ชัยมงคล จะขอยกให้ท่านได้ไปศึกษาจากเว็บไซต์วัดใหญ่ชัยมงคล เพราะเนื้อหาที่จะเล่าในวันนี้เป็นเรื่องของวัดภูเขาทอง
ภูเขาทอง พระนครศรีอยุธยา (ภาพโดย +Lemon Joont  / www.fb.me/luckyjoont )
วัดภูเขาทอง ( ศึกษาประวัติได้จากผลการค้นหา "วัดภูเขาทอง อยุธยา" ) ที่มีความสำคัญและมีประวัติอันยาวนาน แต่ว่าได้ถูกทอดทิ้ง แม้จะมีพระภิกษุจำพรรษาอยู่ ๓ รูป แต่สภาพวัดกลับเหมือนวัดร้าง  ทางผู้ปกครองคณะสงฆ์มีความเห็นชอบให้ พระครูใบฎีกาประเทือง กิตฺติปญฺโญ (ป.) วัดใหญ่ชัยมงคล ไปรับหน้าที่เจ้าอาวาสและเป็นผู้ดำเนินการบูรณะวัดภูเขาทองให้กลับมาเป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกครั้งหนึ่ง

ตามที่ได้เคยกล่าวไว้ใน entry สุดท้อง น้องสุดท้าย อำลาปีเก่า ๒๕๕๖ ว่าในปี ๒๕๕๗ ข้าพเจ้าจะลงพื้นที่เองให้มากขึ้น จึงได้เดินทางไปทำงานในหลายๆ พื้นที่ เช่น ๓ จังหวัดภาคเหนือ กับภารกิจ บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๗ หล่อพระและทำบุญบนดอย  พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ไปเลี้ยงอาหารกลางวันและบริจาคสิ่งของ ร.ร.บ้านหัวนา พื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ไปหล่อพระหลวงพ่อทันใจที่วัดป่าศรีราชา ฯลฯ

เมื่อท่านอาจารย์พระครูใบฎีกาประเทืองไปทำหน้าที่บูรณะวัดภูเขาทอง ข้าพเจ้าจึงได้โอกาสลงพื้นที่ทำงานอาสาพัฒนาวัดภูเขาทองร่วมกับท่าน เรียกว่างานนี้ไปด้วยใจ ไปด้วยจิตอาสา ไม่ต้องขอ ไม่ต้องสั่ง ตั้งใจไปเอง

งานมีเยอะมาก ตั้งแต่ถางป่าสะแก ป่ากุ่ม จัดการขยะ รื้อสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เหมาะสม ฯลฯ พระภิกษุ สามเณร แม่ชี และคนงาน จากวัดใหญ่ชัยมงคลไปทำงานกว่า ๒ สัปดาห์แล้วยังไม่แล้วเสร็จ  วันธรรมดามีแต่คนวัด วันหยุดสุดสัปดาห์มีชาวบ้านมาช่วย มีอยู่วันหนึ่ง ทหารใหม่ ม.พัน ๒๕ สระบุรี มาทัศนศึกษา ก็ได้มาช่วย

ที่เขียนเรื่องนี้ให้โลกรู้ก็เพราะต้องการรับสมัครผู้ที่มีจิตอาสามาช่วยทำงาน วันหยุดก็ได้ วันว่างก็ดี บ้านใกล้ บ้านไกล อยากมาออกแรง เสียเหงื่อแลกบุญ ติดต่อมาได้ครับ ติดต่ออาตมาก็ได้ เบอร์โทรอยู่ที่ http://mahaoath.com/contact/ สาธุ อนุโมทนาล่วงหน้า

พระ เณร กำลังช่วยกันถางป่า

ขนเศษอิฐกากปูน
เหงื่อออกเพราะร้อน น้ำตาไหลเพราะควัน
ที่ไม่เคยทำ ก็ต้องหัดทำ
ชาวบ้าน มาช่วย
ทหาร (บังเอิญได้) มาช่วย
"นิลมังกร" ก็มาช่วย
แม่ชีก็มาช่วย โดยเฉพาะเรื่องอาหาร


ญาติโยมก็มาช่วย
มาเอาเหงื่อแลกบุญกัน

วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

บินเดี่ยวไปกับสายลม 2557 หล่อพระและทำบุญบนดอย -บทนำ-

ทริป "บินเดี่ยวไปกับสายลม" ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นการเดินทางร่วมกันของบุคคลผู้มีจิตอาสา ทั้งที่เป็นพระภิกษุและฆารวาส โดยมีวัตถุประสงค์คือต้องการแบ่งปันรอยยิ้ม แบ่งปันความสุขให้กับพี่น้องชาวไทยบนพื้นที่สูง หรือที่เราชาวเมืองนิยมเรียกว่า "ชาวเขา" และเพื่อเสริมสร้างบารมีธรรมอันจะเป็นปัจจัยหนุนนำให้ได้ข้ามพ้นจากวัฏฏสงสาร

ภาพจากทริป "บินเดียวไปกับสายลม ครั้งที่ ๑"

ก่อนหน้านี้ เรื่องราวของการเดินทางได้ถูกบันทึกไว้อย่างกระท่อนกระแท่น บนเว็บบล็อก " สายลมแห่งปัญญา - http://dhamweb.exteen.com/page-3 " แต่นับจากนี้ไป บันทึกการเดินทาง "บินเดี่ยวไปกับสายลม" จะถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในโครงการ "สายลมแห่งอาสา"


บินเดี่ยวไปกับสายลม 2557 หล่อพระและทำบุญบนดอย 

- บทนำ -

ทางเข้าอุทยานแห่งชาติแม่เงา อยู่บนทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ (แม่สอด - แม่สะเรียง) ห่างจากแม่สอด ๑๙๐ กิโลเมตร หรือถ้าลงมาจากแม่สะเรียง จะเป็นระยะทาง ๔๐ กิโลเมตร  บริเวณป่าแถบนี้เป็นเขตติดต่อกันของ ๓ จังหวัด คือ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ,อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ,และ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พื้นที่เป็นป่าดงดอย การคมนาคมเป็นไปด้วยความยากลำบาก ในฤดูแล้งต้องอาศัยรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีสมรรถนะสูง ส่วนฤดูฝนนั้น ต้องพึ่งกำลังขาเท่านั้น

ประชากรส่วนมากเป็นชาวปกาเกอะญอ หรือที่เราเรียกติดปากว่ากะเหรี่ยง อยู่อาศัยกันเป็นหมู่บ้านเล็กๆ บ้าง ใหญ่ๆ บ้าง บางหมู่บ้านนับถือศาสนาพุทธ บางหมู่บ้านเป็นคริสต์ และก็มีบางหมู่บ้านที่มีทั้งพุทธและคริสต์

ผู้ที่เป็นกำลังสำคัญทางฝ่ายพระพุทธศาสนาคือ พระอาจารย์ฮวด พระหนุ่มชาวมาเลเซียผู้มาสร้างสำนัก สร้างวัดและจำพรรษาที่บ้านห้วยมะน้ำ ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่เงานี้เป็นระยะเวลาถึง ๔ ปี โดยท่านได้ปฏิบัติตนเป็นที่น่าเลื่อมใส และยังนำพาให้ชาวบ้านแถบนี้เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งยังให้ความช่วยเหลือพัฒนาความเป็นอยู่ สร้างวัดตามหมู่บ้านต่างๆ สร้างอนามัย สร้างอาคารโรงเรียน ฯลฯ



เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๖ มีโอกาสได้ขึ้นไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวที่บ้านห้วยมะน้ำ และบ้านแม่หาด (ทริป "บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๖ เพียบแปล้ ตะลุยดอย") ท่านพระอาจารย์ฮวดได้บอกบุญ ขอรองเท้าให้นักเรียนบ้านห้วยมะน้ำ



ซึ่งได้ดำเนินการจัดหาให้ท่านเป็นที่เรียบร้อย ต่อมาท่านได้บอกบุญ ขอรองเท้านักเรียนสำหรับนักเรียนบ้านแม่หาด ที่อยู่เลยห้วยมะน้ำขึ้นดอยไปอีกประมาณ ๘ กิโลเมตร อันเป็นที่มาที่ไปของทริป "บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๗" นี้


บินเดี่ยวไปกับสายลม 2557 หล่อพระและทำบุญบนดอย - บทที่ 1 ถนนดำ -

บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๗ หล่อพระและทำบุญบนดอย 
- บทที่ ๑ ถนนดำ -

เมื่อได้รับปากกับพระอาจารย์ฮวดว่าจะจัดหารองเท้านักเรียนให้กับเด็กๆ ร.ร.บ้านแม่หาด จึงได้ดำเนินการประกาศบอกบุญทั้งทางสาธารณะ โดยประกาศไปทางเว็บไซต์มหาโอ๊ทดอทคอม (http://mahaoath.com/2013/12/shoes-donation-2/) และบอกบุญกันเป็นการส่วนตัวกับญาติโยมสนิทๆ กัน โดยบอกไปทาง Line และ Facebook Messenger ไม่นานก็ได้รับโอนจตุปัจจัยมาจำนวนหนึ่ง เกินพอกับความต้องการ ต้องขออนุโมทนากับผู้ร่วมบุญทุกท่าน โดยเฉพาะโยมจ๋า ปถมาภรณ์ เพื่อเก่าสมัยเรียนปริญญาตรี ที่นอกจากจะทำบุญเอง ช่วยบอกบุญต่อ แล้วยังช่วยประสานงานกับทาง Gold City ผู้ขายรองเท้านักเรียนอีกด้วย (รายชื่อผู้ร่วมบุญไปดูได้ที่เว็บฯ ตามที่อยู่ที่ได้ให้ไว้ข้างต้น)

รองเท้านักเรียน ๑๕๐ คู่ ถุงเท้า ๔๕๐ คู่ รองเท้าแตะ (ของแถมจากบริษัท) อีกจำนวนหนึ่ง ถูกส่งขึ้นไปที่แม่สะเรียงเพื่อถวายพระอาจารย์ฮวดนำไปแจกบนดอย แต่ว่าท่านไม่ยอมแจกให้ ยืนยันว่าจะให้ข้าพเจ้าขึ้นไปแจกเองกับมือ นี้เป็นเหตุที่ ๑  พระอาจารย์ฮวดยังได้บอกอีกด้วยว่าจะทำการสร้างพระพุทธรูปปูนองค์ใหญ่ที่ "เมโลเด" ในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๕๗ นี้เป็นเหตุที่ ๒  ทั้ง ๒ เหตุนี้ทำให้ทริป "บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๗ หล่อพระและทำบุญบนดอย" เกิดขึ้น โดยกำหนดว่าจะเดินทางวันที่ ๕ กลับวันที่ ๙ หรือไม่ก็ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๕๗ (กำหนดการ https://www.facebook.com/events/584256081643458/)

ก่อนถึงวันเดินทาง ๒ วัน สิ่งของต่างๆ ทั้งที่เก็บๆ ไว้จากสังฆทานที่ได้รับถวายมาบ้าง ที่ต้องไปซื้อหามาใหม่บ้างถูกจัดขึ้นบนรถอย่างทุลักทุเล เพราะของมีมาก เรียกว่ามีตั้งแต่เครื่องปั่นไฟ ไปยันไม้ปั่นหู
จัดของขึ้นรถแบบ "เพียบแปล้"
แม้แต่ด้านในก็ "เพียบแปล้"
ที่เห็นในภาพยังไม่รวมกระเป๋า - เป้ - ย่าม ของใช้ส่วนตัวของผู้ร่วมเดินทางทั้ง ๓ ชีวิต ซึ่งประกอบด้วย
๑. ข้าพเจ้าเอง พระมหาโอ๊ท
๒. โยมชาลี ทำหน้าที่พลขับ
๓. โยมฟ้า ญาติธรรมที่หลวงพี่เชอร์รี่ฝากให้เดินทางมาด้วย

วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เราออกเดินทางช้ากว่ากำหนด โดยออกเดินทางเวลาประมาณ ๘.๓๐ น. ไปกันแบบเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ (เพราะรถ Suzuki Caribian นั้นทำความเร็วได้ไม่มาก อย่างเก่งก็ ๑๐๐ กม./ชั่วโมง) แวะเติมแก๊สที่หันตรา ฉันเพลแถวๆ นครสวรรค์ เติมแก๊สอีกครั้งที่สลกบาตร ผ่านเส้นทางเถิน - ลี้ - ดอยเต่า จนมาเย็นที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ที่เราต้องแวะเติมแก๊สให้เต็มถัง จากนี้ไปจนกว่าจะกลับลงมาไม่มีแก๊สให้เราเติมอีกแล้ว รวมทั้งแวะตลาดให้โยมๆ ได้ตุนเสบียงกับข้าวมื้อเย็นด้วย

การเดินทางในวันแรกเป็นถนนดำ (ถนนคอนกรีต/ถนนราดยาง) ล้วนๆ มีจุดหมายที่ วัดดอยเกิ้ง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน รวมระยะทางประมาณ ๖๘๘ กิโลเมตร



โดยทั้งก่อนและระหว่างการเดินทาง ข้าพเจ้าได้ติดต่อประสานงานกับหลวงลุงพระปลัดสุพล อาภาธโร รองเจ้าอาวาสรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้งที่มีความคุ้นเคยกันดี ว่าจะไปขอพักจำวัด และให้โยมได้อาศัยนอนสักคืน (พร้อมด้วยอาหารเช้า) ซึ่งท่านก็ให้ความเมตตาต้อนรับเป็นอย่างดี

คณะเราใช้เวลาเดินทาง ๑๑ ชั่วโมงก็มาถึงวัดดอยเกิ้งประมาณหนึ่งทุ่ม เมื่อหลวงลุงได้มอบกุฏิให้ข้าพเจ้า และมอบห้องพักให้โยม ๒ ห้อง (ชาย/หญิง แยกกัน) จึงได้ขอตัวพักผ่อนเพราะความเมื่อยล้าจากการเดินทางทั้งวัน
กุฏิที่หลวงลุงมอบให้ข้าพเจ้าจำวัด

ที่พักโยมเป็นบ้านแฝด ๒ ห้อง แยกชาย/หญิง


เช้าวันรุ่งขึ้น (๖ ก.พ. ๕๗) ข้าพเจ้าและคณะตื่นมารับอากาศเย็นยะเยือกอย่างสดชื่น พร้อมกับอาหารเช้าคือข้าวคลุกกะปิที่หลวงลุงท่านได้เมตตาจัดเตรียมไว้ให้ เมื่ออิ่มท้องดีก็พร้อมและถึงเวลาเดินทางต่อ โดยก่อนเดินทางได้ประกอบกองกุศลเป็นปฐม คือได้ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแก่หลวงลุงพระปลัดสุพล อาภาธโร เพื่อแสดงมุทิตาจิตยินดีที่ท่านได้รับตำแหน่งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง
ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมหลวงลุงพระปลัดสุพล อาภาธโร
-- โปรดติดตามตอนต่อไป --

บินเดี่ยวไปกับสายลม 2557 หล่อพระและทำบุญบนดอย - บทที่ 2 เลื่อนมา เลื่อนไป -

บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๗ หล่อพระและทำบุญบนดอย 
- บทที่ ๒ เลื่อนมา เลื่อนไป -

ตามกำหนดการวันนี้ (๖ ก.พ. ๕๗) เราต้องเดินทางเข้าไปให้ถึงหมู่บ้าน "เมโลเด" โดยได้นัดหมายกับพระอาจารย์ฮวดไว้ว่าจะเข้าไปถึงบ้านสบโขง จุดที่เราต้องข้ามแม่น้ำแม่เงาจากฝั่งสบเมย แม่ฮ่องสอน ไปฝั่งอมก๋อย เชียงใหม่ ในเวลา ๑๓.๐๐ น.

หลังจากอิ่มท้องดีแล้ว ประมาณ ๘.๓๐ น. เราก็ลาหลวงลุงสุพล ออกเดินทางจากวัดดอยเกิ้งเข้าไปเติมเสบียงที่แม่สะเรียง ตุนอาหารเพลที่ร้านหมูทุบเจ้าประจำ เป็นอาหารแห้งๆ ง่ายๆ เหมาะแก่การเดินทาง มีข้าวเหนียวเป็นหลัก มีกับเป็นไส้อั่ว คอหมูย่าง เนื้อทุบ น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกป่นปลาทู และกับข้าวพิเศษคือแอ๊บปลา แอ๊บหมู คือปลาหรือหมูคลุกกับเครื่องแกงแบบเหนือแล้วห่อใบตองปิ้งจนสุก จากนั้นเราตั้งใจจะไปเติมน้ำมันและเสบียงอื่นๆ ที่ปั๊ม ป.ต.ท. บังเอิญระหว่างทางเห็นหลวงพี่เชอร์รี่ซ้อนมอเตอร์ไซค์แซงเราไปตอนเราจะเลี้ยวเข้าปั๊มพอดี เมื่อคืนหลวงพี่เชอร์รี่จำวัดที่วัดจอมทอง อ.แม่สะเรียง ท่านพึ่งไปรับตุ๊ป้อมหาสิงห์ เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ จ.ลำพูน เพื่อมาเป็นองค์ทำพิธีบวงสรวงในการหล่อพระหลวงพ่อทันใจ  

ULG 95 น้ำมันไร้สารตะกั่วเต็มถัง บวกกับอีกเกือบ ๒๐ ลิตรในถังสำรอง และแก๊ส LPG ที่เหลืออยู่ เป็นเชื้อเพลิงที่เราต้องใช้ขึ้นดอยและกลับลงมาให้ได้ น้ำมันเต็ม เสบียงพร้อม แต่เรายังไม่เริ่มออกเดินทาง เราแวะไปสนทนากับหลวงพี่เชอร์รี่ที่หน้าร้านวัสดุก่อสร้าง ได้ความว่าท่านมาซื้อวัสดุไปเตรียมหล่อพระอีกองค์ที่บ้านกลอโคะ แล้วจะตามเข้าไปที่เมโลเด

ร่วมๆ ๑๐ โมง เราออกเดินทางจากแม่สะเรียง ผ่านอำเภอสบเมย จนมาถึงปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติแม่เงาระยะทางประมาณ ๔๐ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าจากปากทางประมาณ ๔ กิโลเมตรก็ถึงที่ทำการอุทยานฯ ที่นี่มีห้องน้ำสะอาด บรรยากาศดี เหมาะแก่การแวะฉันอาหาร แต่เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาอันสมควร เราจึงแวะแค่เข้าห้องน้ำแล้วออกเดินทางต่อ โดยกะว่าจะไปฉันเพลที่สำนักสงฆ์บ้านอุมโล๊ะตามแผนเดิมของเรา
ป้ายบอกทางที่อุทยานแห่งชาติแม่เงา
จากที่ทำการอุทยานฯ ถึงอุมโล๊ะ ๓๐ กิโลเมตร แต่เราใช้เวลามากกว่าที่คิดเพราะสภาพเส้นทางที่คดเคี้ยวบางช่วงเป็นถนนคอนกรีตแต่บางช่วงก็เป็นลูกรัง เมื่อถึงสำนักสงฆ์บ้านอุมโล๊ะ ก็เกือบหมดเวลาฉันเพล เหลือเวลาแค่ ๑๕ นาที  ข้าพเจ้าเคยมาที่อุมโล๊ะครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ๓ พึ่งมีโอกาสได้เจอท่านพระอาจารย์นรินทร์ที่จำพรรษาที่นี่ พร้อมกับน้องเณรอีก ๓ องค์ ได้สนทนากันพอสมควร และได้ประกอบกองบุญที่ ๒ คือถวายเครื่องกันหนาวและจตุปัจจัยให้กับท่านพระอาจารย์นรินทร์
ธาตุเจดีย์ที่อุมโล๊ะ

ถวายเครื่องกันหนาวและจตุปัจจัยแก่พระอาจารย์นรินทร์
ยังไม่ทันได้ลุยอะไรมากมาย เจ้า "นิลมังกร" น้อง Suzuki Caribian คันเก่งก็เริ่มแสดงอาการผิดปกติ คือมีน้ำมันไหลเยิ้มออกมาจากหัวเพลาหลังด้านขวา แต่ปรึกษากับโยมชาลีคนขับที่เป็นช่างแล้วว่าไม่เป็นไร จึงออกเดินทางต่อ ใช้เวลาไม่นานกับระยะทางไม่เกิน ๑๐ กิโลเมตร เราก็มาถึงสะพานปูนบ้านสบโขง สะพานนี้เชื่อมต่อระหว่าง ๒ จังหวัด ฝั่งนี้แม่ฮ่องสอน ฝั่งโน้นเชียงใหม่ มีแม่น้ำแม่เงาเป็นเขตแดน เป็นสะพานแคบๆ คนเดินได้ จักรยานยนต์แล่นได้ แต่รถสี่ล้อหมดสิทธิ์
สะพานปูนบ้านสบโขง
ที่สบโขงนี้เอา เราได้พบกับพระอาจารย์ฮวดแห่งห้วยมะน้ำ และทีมงานหล่อพระพุทธรูปที่มีทั้งพระสงฆ์และฆารวาส กำลังช่วยกันขนของถ่ายจากหกล้อใส่รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ 
ถ่ายของจากหกล้อ
เมื่อได้สนทนากับพระอาจารย์ฮวดและหลวงพี่กุน (ทีมหล่อพระ) เราจึงได้ทราบว่ากำหนดการต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพราะว่าการขนส่งลำบากอุปกรณ์แบบหล่อพระไม่สามารถนำเข้าไปติดตั้งได้ตามกำหนดเวลา 

แต่แรกเลยนั้นว่าจะหล่อพระวันที่ ๘ ก.พ. คุยกันอีกทีก่อนออกเดินทางจากอยุธยาว่าหล่อวันที่ ๗ พอมาถึงกลายเป็นว่าสถานการณ์บังคับให้หล่อวันที่ ๙ เลื่อนมา เลื่อนไป ตามเหตุและปัจจัย การสร้างพระองค์ใหญ่ขนาดหน้าตัก ๕ เมตร ๖๐ สูงกว่า ๘ เมตร ปกติก็ยากอยู่แล้ว ยิ่งมาทำบนดอยที่มีปัญหาหลักคือการขนส่งลำบากมาก กำหนดการต่างๆ เราก็ต้องยืดหยุ่นได้พอสมควร

บินเดี่ยวไปกับสายลม 2557 หล่อพระและทำบุญบนดอย - บทที่ 3 ขึ้นเขา ลงห้วย -

บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๗ หล่อพระและทำบุญบนดอย 
- บทที่ ๓ ขึ้นเขา ลงห้วย -

เมื่อพระอาจารย์ฮวดและทีมหล่อพระถ่ายของจากหกล้อใส่รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นทีเรียบร้อย เราก็พร้อมที่จะเดินทางไปบ้านเมโลเด เจ้า "นิลมังกร" ถูกสับเกียร์จาก 4HI เป็น 4LO เนื่องจากหนทางข้างหน้านั้นทุรกันดารทั้งขึ้นเขาสูงชัน ทั้งลงห้วยที่ดีว่าน้ำไม่ค่อยมากนักในฤดูนี้ หนทางนี้ถ้าเป็นฤดูน้ำหลากจะไม่สามารถสัญจรไปมาได้
ข้ามน้ำแม่เงา เขตแดนเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน
หลังจากที่เราข้ามน้ำแม่เงาจากฝั่งสบเมย แม่ฮ่องสอน มาฝั่งอมก๋อย เชียงใหม่แล้ว เส้นทางลูกรังเป็นลอนคลื่น เป็นหลุมเป็นบ่อ เลาะคันนาขั้นบันไดของชาวบ้านพาเรามาถึงเชิงดอย ระหว่างทางรถนำมีปัญหาต้องแวะจัดการมัดของท้ายรถใหม่และให้เราขึ้นหน้าไปก่อน เมื่อขึ้นดอยไปไม่ไกลก็ผ่านหมู่บ้านจือทะ หนทางที่ขึ้นชันมีต่อไปอีกระยะหนึ่งก็เริ่มทิ้งตัวลดระดับลง ด้วยสัญชาติญาณทำให้ข้าพเจ้าตัดสินใจบอกโยมชาลีคนขับให้เลี้ยวขวาที่ทางแยกรูปตัว T ไม่นานเราก็ถึงทางลงห้วย น้ำใส ไหลแรง แต่ไม่ลึก อุปสรรคคือตลิ่งที่ชัน มีหลุมดักล้อขวาในขาลง ส่วนขาขึ้นตลิ่งชันไม่แพ้กันและมีรากไม้ดักล้อหน้าซ้ายอยู่ แต่เจ้า "นิลมังกร" ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หัวใจใหม่ ๑,๕๐๐ ซี.ซี. รหัสรุ่นเครื่อง G15A พาเราขึ้นจากห้วยอย่างสบายๆ ไม่นานนักเราก็ถึงที่หมายแรก สำนักสงฆ์บ้านเมโลเด มณฑลแห่งพิธีหล่อพระพุทธรูปหลวงพ่อทันใจองค์แรกบนดอย (คลิ๊กที่แผนที่ด้านล่างนี้ไปดูแผนที่เต็มได้)
เส้นทางจากอุทยานแห่งชาติแม่เงา ไปบ้านเมโลเด
ใช้เวลาอยู่ที่เมโลเดได้ไม่นาน หลังจากพระอาจารย์ฮวดนำของมาลงและสั่งการประสานงานต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยดี ท่านก็นิมนต์คณะของเรา รวมกับคณะของท่านเจ้าอาวาสวัดจอมแจ้ง อ.แม่สะเรียง ที่เข้ามาอยู่มะโลเดก่อนแล้ว ให้ไปพิจารณาสถานที่เทปูนหล่อพระหลวงพ่อทันใจองค์ที่ ๒ ที่บ้านทีสะนอ เขต อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

ขบวนเราคือ Toyota LN106 ของชาวบ้านที่มาช่วยพระอาจารย์ฮวดขนของ กับเจ้า "นิลมังกร" ขับตามๆ กันไปย้อนทางเดิมถึงสบโขงมุ่งหน้าไปทางอุมโล๊ะมีทางแยกซ้ายเป็นทางทรายมุ่งหน้าไปลงน้ำแม่เงาที่ทั้งลึกทั้งไหลแรงกว่าบริเวณบ้านสบโขงจนพระอาจารย์ฮวดไม่แน่ใจในสมรรถนะของ "นิลมังกร" ถึงกับต้อง ว. มาถามว่าจะไปไหวไหม

อันที่จริง Suzuki Caribian รหัส SJ413 นั้นเตี้ยกว่า LN106 ไม่ใช่น้อย แต่เจ้า "นิลมังกร" ได้ผ่านการเพิ่มส่วนสูงไม่ต่ำกว่า ๗ นิ้ว ประกอบกับยางระดับ ๓๑ นิ้ว ทำให้ช่วงล่างโดยรวมสูงกว่า LN106 พอประมาณทีเดียว ถ้า LN106 ไปได้ เชื่อว่า "นิลมังกร" ก็ไปได้เหมือนกัน แต่ข้าพเจ้าตอบ ว. ไปแบบถ่อมตัวว่าขอดูเชิงก่อน เมื่อเห็น LN106 ข้ามไป ข้าพเจ้าจึง ว. แจ้งให้พระอาจารย์ฮวดนำไปได้เลย



ตลอดหนทางจากข้ามน้ำแม่เงา ไปจนถึงที่ก่อสร้างสำนักสงฆ์บ้านทีสะนอ เราต้องข้ามน้ำไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ถ้าดูจากแผนที่ (แผนที่ เมโลเด-ทีสะนอ)จะเห็นว่าน้ำที่เราข้ามนั้นเป็นห้วยเดียวแต่คดไปโค้งมา ไม่ถึง ๒๐ นาทีเราก็ถึงจุดหมาย
สถานที่ก่อสร้างสำนักสงฆ์บ้านทีสะนอ

กุฏิชั่วคราวสำหรับทีมก่อสร้าง

ลำห้วยที่ไหลผ่านหน้าสำนัก เป็นห้วยเดียวกับที่เราข้ามมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ
พระอาทิตย์ลดระดับลงทุกที แต่พระอาจารย์ฮวดก็ยังสาละวนอยู่กับการสั่งการประสานงานเรื่องสร้างฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อทันใจองค์ที่ ๒ ที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน  อันที่จริงการหล่อหลวงพ่อทันใจองค์ที่ ๒ นี้ไม่อยู่ในแผน แต่ทุกฝ่ายไม่แน่ใจว่าถ้าหล่อองค์แรกที่เมโลเดแล้ว ทีมหล่อพระจะได้โอกาสขึ้นมาอีกเมื่อไร (คนขับหกล้อเปรยๆ ว่าถ้าให้มาอีกคงคิดหนัก เพราะทางโหดเหลือเกิน)

เราขอตัวเดินทางมุ่งสู่ที่หมายที่เราจะพักแรมกันคือวัดศิริห้วยมะน้ำ ไทย-มาเลเซีย โดยมี ปุ๊กคา ลูกศิษย์วัดนั่งมากับเราเพื่อบอกทางและจัดที่พักน้ำฉันน้ำใช้ให้เมื่อเราไปถึงวัด การเดินทางใช้เส้นทางย้อนกลับมาที่สบโขงแล้วตรงไป ขึ้นดอยประมาณ ๔ กิโลเมตร เส้นทางนี้ไม่ต้องข้ามน้ำ แต่ว่าสูงชันและมีร่องน้ำ ถ้าขับกลางคืนไม่ชินทางจะลำบากมาก (แผนที่ ทีสะนอ-ห้วยมะน้ำ)



ข้าพเจ้าสรงน้ำสรงท่าเรียบร้อย มายืนคุยกับโยมๆ ที่กำลังเตรียมอาหารเย็นง่ายๆ จากเสบียงสำเร็จรูปในรถสักพักหนึ่ง ฉันน้ำปานะแล้วก็แยกไปกุฏิเพื่อจัดการกับไฟล์วีดีโอบันทึกเส้นทาง
กุฏิที่ห้วยมะน้ำ
บรรยากาศวัดศิริห้วยมะน้ำ ไทย-มาเลเซีย
วิธีหุง (อุ่น) ข้าวเย็นของโยมๆ

ค่ำๆ ได้ยินเสียงเด็กๆ มาทำวัตรสวดมนต์กัน ต้องชื่นชมพระอาจารย์ฮวดที่สามารถสอนให้เด็กๆ สวดมนต์แปลได้อย่างคล่องแคล่วไม่ต้องเปิดหนังสือ และมาสวดมนต์ที่วัดอย่างสม่ำเสมอแม้พระอาจารย์จะไม่อยู่ก็ตาม  เมื่อข้าพเจ้าจัดการกับไฟล์วีดีโอเรียบร้อยจึงได้ขึ้นศาลาไปร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็น และพาเด็กๆ เจริญจิตภาวนานั่งสมาธิ เสร็จแล้วถือโอกาสมอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ ที่มาสวดมนต์ทุกคน คนละนิดละหน่อย

ระหว่างที่ข้าพเจ้ากำลังจะเคลิ้มหลับอยู่ในถุงนอนที่กุฏิ ได้ยินเสียงพระอาจารย์ฮวดเดินมา คิดว่าน่าจะใกล้ๆ ๔ ทุ่มแล้ว จึงเปิดประตูรับและนิมนต์ท่านให้เข้ามาสนทนากันด้านในเนื่องจากอากาศด้านนอกนั้นหนาวไม่ใช่เล่น ปรากฎว่าท่านตั้งใจจะมาปิดไฟระเบียงที่ข้าพเจ้าลืมปิดก่อนนอน ท่านเกรงว่าไฟจะหมดตอนเช้าจะไม่มีใช้ (ไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์)

เพราะกลัวจะลืมข้าพเจ้าจึงได้รีบถวายปัจจัยให้พระอาจารย์ฮวด ๕,๐๐๐ บาท กับที่มีญาติโยมถวายมาร่วมสร้างพระอีก ๒,๓๐๐ บาท ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปจำวัดพักผ่อน เพื่อให้ร่างกายกลับมามีแรงกำลัง วันพรุ่งนี้ยังมีภารกิจหลายอย่างรอเราอยู่

--โปรดติดตามตอนต่อไป--

บทความที่ได้รับความนิยม

กลับขึ้นบนสุด