วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

อาสาพัฒนา "วัดภูเขาทอง"

วัดภูเขาทอง ที่มีเจดีย์ภูเขาทอง เจดีย์พี่เจดีย์น้องกับพระเจดีย์ชัยมงคล วัดใหญ่ชัยมงคล  ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หากจะกล่าวถึงเรื่องของเจดีย์แล้ว ก็มีที่ขึ้นชื่อเรื่องความสูงใหญ่และมีประวัติศาสตร์สำคัญอยู่ ๒ เจดีย์ดังกล่าว โดยเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคลนั้นสูงเป็นอันดับ ๑ และเจดีย์ภูเขาทอง สูงเป็นอันดับ ๒

เรื่องราวของพระเจดีย์ชัยมงคล จะขอยกให้ท่านได้ไปศึกษาจากเว็บไซต์วัดใหญ่ชัยมงคล เพราะเนื้อหาที่จะเล่าในวันนี้เป็นเรื่องของวัดภูเขาทอง
ภูเขาทอง พระนครศรีอยุธยา (ภาพโดย +Lemon Joont  / www.fb.me/luckyjoont )
วัดภูเขาทอง ( ศึกษาประวัติได้จากผลการค้นหา "วัดภูเขาทอง อยุธยา" ) ที่มีความสำคัญและมีประวัติอันยาวนาน แต่ว่าได้ถูกทอดทิ้ง แม้จะมีพระภิกษุจำพรรษาอยู่ ๓ รูป แต่สภาพวัดกลับเหมือนวัดร้าง  ทางผู้ปกครองคณะสงฆ์มีความเห็นชอบให้ พระครูใบฎีกาประเทือง กิตฺติปญฺโญ (ป.) วัดใหญ่ชัยมงคล ไปรับหน้าที่เจ้าอาวาสและเป็นผู้ดำเนินการบูรณะวัดภูเขาทองให้กลับมาเป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกครั้งหนึ่ง

ตามที่ได้เคยกล่าวไว้ใน entry สุดท้อง น้องสุดท้าย อำลาปีเก่า ๒๕๕๖ ว่าในปี ๒๕๕๗ ข้าพเจ้าจะลงพื้นที่เองให้มากขึ้น จึงได้เดินทางไปทำงานในหลายๆ พื้นที่ เช่น ๓ จังหวัดภาคเหนือ กับภารกิจ บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๗ หล่อพระและทำบุญบนดอย  พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ไปเลี้ยงอาหารกลางวันและบริจาคสิ่งของ ร.ร.บ้านหัวนา พื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ไปหล่อพระหลวงพ่อทันใจที่วัดป่าศรีราชา ฯลฯ

เมื่อท่านอาจารย์พระครูใบฎีกาประเทืองไปทำหน้าที่บูรณะวัดภูเขาทอง ข้าพเจ้าจึงได้โอกาสลงพื้นที่ทำงานอาสาพัฒนาวัดภูเขาทองร่วมกับท่าน เรียกว่างานนี้ไปด้วยใจ ไปด้วยจิตอาสา ไม่ต้องขอ ไม่ต้องสั่ง ตั้งใจไปเอง

งานมีเยอะมาก ตั้งแต่ถางป่าสะแก ป่ากุ่ม จัดการขยะ รื้อสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เหมาะสม ฯลฯ พระภิกษุ สามเณร แม่ชี และคนงาน จากวัดใหญ่ชัยมงคลไปทำงานกว่า ๒ สัปดาห์แล้วยังไม่แล้วเสร็จ  วันธรรมดามีแต่คนวัด วันหยุดสุดสัปดาห์มีชาวบ้านมาช่วย มีอยู่วันหนึ่ง ทหารใหม่ ม.พัน ๒๕ สระบุรี มาทัศนศึกษา ก็ได้มาช่วย

ที่เขียนเรื่องนี้ให้โลกรู้ก็เพราะต้องการรับสมัครผู้ที่มีจิตอาสามาช่วยทำงาน วันหยุดก็ได้ วันว่างก็ดี บ้านใกล้ บ้านไกล อยากมาออกแรง เสียเหงื่อแลกบุญ ติดต่อมาได้ครับ ติดต่ออาตมาก็ได้ เบอร์โทรอยู่ที่ http://mahaoath.com/contact/ สาธุ อนุโมทนาล่วงหน้า

พระ เณร กำลังช่วยกันถางป่า

ขนเศษอิฐกากปูน
เหงื่อออกเพราะร้อน น้ำตาไหลเพราะควัน
ที่ไม่เคยทำ ก็ต้องหัดทำ
ชาวบ้าน มาช่วย
ทหาร (บังเอิญได้) มาช่วย
"นิลมังกร" ก็มาช่วย
แม่ชีก็มาช่วย โดยเฉพาะเรื่องอาหาร


ญาติโยมก็มาช่วย
มาเอาเหงื่อแลกบุญกัน

วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

บินเดี่ยวไปกับสายลม 2557 หล่อพระและทำบุญบนดอย -บทนำ-

ทริป "บินเดี่ยวไปกับสายลม" ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นการเดินทางร่วมกันของบุคคลผู้มีจิตอาสา ทั้งที่เป็นพระภิกษุและฆารวาส โดยมีวัตถุประสงค์คือต้องการแบ่งปันรอยยิ้ม แบ่งปันความสุขให้กับพี่น้องชาวไทยบนพื้นที่สูง หรือที่เราชาวเมืองนิยมเรียกว่า "ชาวเขา" และเพื่อเสริมสร้างบารมีธรรมอันจะเป็นปัจจัยหนุนนำให้ได้ข้ามพ้นจากวัฏฏสงสาร

ภาพจากทริป "บินเดียวไปกับสายลม ครั้งที่ ๑"

ก่อนหน้านี้ เรื่องราวของการเดินทางได้ถูกบันทึกไว้อย่างกระท่อนกระแท่น บนเว็บบล็อก " สายลมแห่งปัญญา - http://dhamweb.exteen.com/page-3 " แต่นับจากนี้ไป บันทึกการเดินทาง "บินเดี่ยวไปกับสายลม" จะถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในโครงการ "สายลมแห่งอาสา"


บินเดี่ยวไปกับสายลม 2557 หล่อพระและทำบุญบนดอย 

- บทนำ -

ทางเข้าอุทยานแห่งชาติแม่เงา อยู่บนทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ (แม่สอด - แม่สะเรียง) ห่างจากแม่สอด ๑๙๐ กิโลเมตร หรือถ้าลงมาจากแม่สะเรียง จะเป็นระยะทาง ๔๐ กิโลเมตร  บริเวณป่าแถบนี้เป็นเขตติดต่อกันของ ๓ จังหวัด คือ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ,อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ,และ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พื้นที่เป็นป่าดงดอย การคมนาคมเป็นไปด้วยความยากลำบาก ในฤดูแล้งต้องอาศัยรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีสมรรถนะสูง ส่วนฤดูฝนนั้น ต้องพึ่งกำลังขาเท่านั้น

ประชากรส่วนมากเป็นชาวปกาเกอะญอ หรือที่เราเรียกติดปากว่ากะเหรี่ยง อยู่อาศัยกันเป็นหมู่บ้านเล็กๆ บ้าง ใหญ่ๆ บ้าง บางหมู่บ้านนับถือศาสนาพุทธ บางหมู่บ้านเป็นคริสต์ และก็มีบางหมู่บ้านที่มีทั้งพุทธและคริสต์

ผู้ที่เป็นกำลังสำคัญทางฝ่ายพระพุทธศาสนาคือ พระอาจารย์ฮวด พระหนุ่มชาวมาเลเซียผู้มาสร้างสำนัก สร้างวัดและจำพรรษาที่บ้านห้วยมะน้ำ ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่เงานี้เป็นระยะเวลาถึง ๔ ปี โดยท่านได้ปฏิบัติตนเป็นที่น่าเลื่อมใส และยังนำพาให้ชาวบ้านแถบนี้เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งยังให้ความช่วยเหลือพัฒนาความเป็นอยู่ สร้างวัดตามหมู่บ้านต่างๆ สร้างอนามัย สร้างอาคารโรงเรียน ฯลฯ



เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๖ มีโอกาสได้ขึ้นไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวที่บ้านห้วยมะน้ำ และบ้านแม่หาด (ทริป "บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๖ เพียบแปล้ ตะลุยดอย") ท่านพระอาจารย์ฮวดได้บอกบุญ ขอรองเท้าให้นักเรียนบ้านห้วยมะน้ำ



ซึ่งได้ดำเนินการจัดหาให้ท่านเป็นที่เรียบร้อย ต่อมาท่านได้บอกบุญ ขอรองเท้านักเรียนสำหรับนักเรียนบ้านแม่หาด ที่อยู่เลยห้วยมะน้ำขึ้นดอยไปอีกประมาณ ๘ กิโลเมตร อันเป็นที่มาที่ไปของทริป "บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๗" นี้


บินเดี่ยวไปกับสายลม 2557 หล่อพระและทำบุญบนดอย - บทที่ 1 ถนนดำ -

บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๗ หล่อพระและทำบุญบนดอย 
- บทที่ ๑ ถนนดำ -

เมื่อได้รับปากกับพระอาจารย์ฮวดว่าจะจัดหารองเท้านักเรียนให้กับเด็กๆ ร.ร.บ้านแม่หาด จึงได้ดำเนินการประกาศบอกบุญทั้งทางสาธารณะ โดยประกาศไปทางเว็บไซต์มหาโอ๊ทดอทคอม (http://mahaoath.com/2013/12/shoes-donation-2/) และบอกบุญกันเป็นการส่วนตัวกับญาติโยมสนิทๆ กัน โดยบอกไปทาง Line และ Facebook Messenger ไม่นานก็ได้รับโอนจตุปัจจัยมาจำนวนหนึ่ง เกินพอกับความต้องการ ต้องขออนุโมทนากับผู้ร่วมบุญทุกท่าน โดยเฉพาะโยมจ๋า ปถมาภรณ์ เพื่อเก่าสมัยเรียนปริญญาตรี ที่นอกจากจะทำบุญเอง ช่วยบอกบุญต่อ แล้วยังช่วยประสานงานกับทาง Gold City ผู้ขายรองเท้านักเรียนอีกด้วย (รายชื่อผู้ร่วมบุญไปดูได้ที่เว็บฯ ตามที่อยู่ที่ได้ให้ไว้ข้างต้น)

รองเท้านักเรียน ๑๕๐ คู่ ถุงเท้า ๔๕๐ คู่ รองเท้าแตะ (ของแถมจากบริษัท) อีกจำนวนหนึ่ง ถูกส่งขึ้นไปที่แม่สะเรียงเพื่อถวายพระอาจารย์ฮวดนำไปแจกบนดอย แต่ว่าท่านไม่ยอมแจกให้ ยืนยันว่าจะให้ข้าพเจ้าขึ้นไปแจกเองกับมือ นี้เป็นเหตุที่ ๑  พระอาจารย์ฮวดยังได้บอกอีกด้วยว่าจะทำการสร้างพระพุทธรูปปูนองค์ใหญ่ที่ "เมโลเด" ในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๕๗ นี้เป็นเหตุที่ ๒  ทั้ง ๒ เหตุนี้ทำให้ทริป "บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๗ หล่อพระและทำบุญบนดอย" เกิดขึ้น โดยกำหนดว่าจะเดินทางวันที่ ๕ กลับวันที่ ๙ หรือไม่ก็ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๕๗ (กำหนดการ https://www.facebook.com/events/584256081643458/)

ก่อนถึงวันเดินทาง ๒ วัน สิ่งของต่างๆ ทั้งที่เก็บๆ ไว้จากสังฆทานที่ได้รับถวายมาบ้าง ที่ต้องไปซื้อหามาใหม่บ้างถูกจัดขึ้นบนรถอย่างทุลักทุเล เพราะของมีมาก เรียกว่ามีตั้งแต่เครื่องปั่นไฟ ไปยันไม้ปั่นหู
จัดของขึ้นรถแบบ "เพียบแปล้"
แม้แต่ด้านในก็ "เพียบแปล้"
ที่เห็นในภาพยังไม่รวมกระเป๋า - เป้ - ย่าม ของใช้ส่วนตัวของผู้ร่วมเดินทางทั้ง ๓ ชีวิต ซึ่งประกอบด้วย
๑. ข้าพเจ้าเอง พระมหาโอ๊ท
๒. โยมชาลี ทำหน้าที่พลขับ
๓. โยมฟ้า ญาติธรรมที่หลวงพี่เชอร์รี่ฝากให้เดินทางมาด้วย

วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เราออกเดินทางช้ากว่ากำหนด โดยออกเดินทางเวลาประมาณ ๘.๓๐ น. ไปกันแบบเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ (เพราะรถ Suzuki Caribian นั้นทำความเร็วได้ไม่มาก อย่างเก่งก็ ๑๐๐ กม./ชั่วโมง) แวะเติมแก๊สที่หันตรา ฉันเพลแถวๆ นครสวรรค์ เติมแก๊สอีกครั้งที่สลกบาตร ผ่านเส้นทางเถิน - ลี้ - ดอยเต่า จนมาเย็นที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ที่เราต้องแวะเติมแก๊สให้เต็มถัง จากนี้ไปจนกว่าจะกลับลงมาไม่มีแก๊สให้เราเติมอีกแล้ว รวมทั้งแวะตลาดให้โยมๆ ได้ตุนเสบียงกับข้าวมื้อเย็นด้วย

การเดินทางในวันแรกเป็นถนนดำ (ถนนคอนกรีต/ถนนราดยาง) ล้วนๆ มีจุดหมายที่ วัดดอยเกิ้ง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน รวมระยะทางประมาณ ๖๘๘ กิโลเมตร



โดยทั้งก่อนและระหว่างการเดินทาง ข้าพเจ้าได้ติดต่อประสานงานกับหลวงลุงพระปลัดสุพล อาภาธโร รองเจ้าอาวาสรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้งที่มีความคุ้นเคยกันดี ว่าจะไปขอพักจำวัด และให้โยมได้อาศัยนอนสักคืน (พร้อมด้วยอาหารเช้า) ซึ่งท่านก็ให้ความเมตตาต้อนรับเป็นอย่างดี

คณะเราใช้เวลาเดินทาง ๑๑ ชั่วโมงก็มาถึงวัดดอยเกิ้งประมาณหนึ่งทุ่ม เมื่อหลวงลุงได้มอบกุฏิให้ข้าพเจ้า และมอบห้องพักให้โยม ๒ ห้อง (ชาย/หญิง แยกกัน) จึงได้ขอตัวพักผ่อนเพราะความเมื่อยล้าจากการเดินทางทั้งวัน
กุฏิที่หลวงลุงมอบให้ข้าพเจ้าจำวัด

ที่พักโยมเป็นบ้านแฝด ๒ ห้อง แยกชาย/หญิง


เช้าวันรุ่งขึ้น (๖ ก.พ. ๕๗) ข้าพเจ้าและคณะตื่นมารับอากาศเย็นยะเยือกอย่างสดชื่น พร้อมกับอาหารเช้าคือข้าวคลุกกะปิที่หลวงลุงท่านได้เมตตาจัดเตรียมไว้ให้ เมื่ออิ่มท้องดีก็พร้อมและถึงเวลาเดินทางต่อ โดยก่อนเดินทางได้ประกอบกองกุศลเป็นปฐม คือได้ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแก่หลวงลุงพระปลัดสุพล อาภาธโร เพื่อแสดงมุทิตาจิตยินดีที่ท่านได้รับตำแหน่งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง
ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมหลวงลุงพระปลัดสุพล อาภาธโร
-- โปรดติดตามตอนต่อไป --

บทความที่ได้รับความนิยม

กลับขึ้นบนสุด