วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

บินเดี่ยวไปกับสายลม 2557 หล่อพระและทำบุญบนดอย - บทที่ 4 ประสบการณ์ -

บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๗ หล่อพระและทำบุญบนดอย 
- บทที่ ๔ ประสบการณ์ -

ต้องขอสารภาพตามตรงว่าอากาศหนาวเหน็บบนดอยนั้นทำให้ข้าพเจ้าไม่อยากจะลุกออกมาจากถุงนอนเลย เช้าวันนี้ (๗ ก.พ. ๕๗) เลยตื่นเอาเวลา ๖ โมงเช้า ปลดเปลื้องภาระธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ทำนู่นนิด นี่หน่อย ชาวบ้านก็ทะยอยกันนำข้าวปลาอาหารมาทำบุญที่วัดเนื่องจากวันนี้เป็นวันพระ

สิ่งของหลายอย่างที่ข้าพเจ้าขนใส่รถมา มีเครื่องกันหนาว หมอน ร่ม และบริขารอื่นๆ สำหรับพระภิกษุ ตลอดจนกาแฟ ไมโล ยาสามัญ สบู่ แชมพู ยาสีฟัน แปรงสีฟัน น้ำยาทำความสะอาด เทียน ธูป ฯลฯ ถูกขนมาวางรวมกับสิ่งของที่ชาวบ้านนำมาถวายเป็นสังฆทาน
ข้าวปลาอาหารและเครื่องสังฆทาน

รับศรัทธาญาติโยมบ้านห้วยมะน้ำ
เหตุที่ข้าพเจ้าพรรษามากกว่า พระอาจารย์ฮวดจึงให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ให้ศีล หลังจากนั้นจึงสวดถวายพรพระ (คาถาพาหุง) จากนั้นจึงให้ญาติโยมถวายทาน ซึ่งประทับใจข้าพเจ้ามากๆ โยมวัดศิริห้วยมะน้ำ ไทย-มาเลเซียแม่นศาสนพิธี กล่าวคำถวายได้พร้อมเพรียงดี ไม่มีเก้อเขิน


หลังจากเสร็จพิธีทำบุญวันพระ ยังพอมีเวลาผ่อนคลายอิริยาบถ โยมชาลีและโยมฟ้าที่มาด้วยกันถือโอกาสนี้สนทนากับพระอาจารย์ฮวดถึงที่มาที่ไปว่าทำไมท่านถึงได้มาสร้างสำนักอยู่บนดอยสูง อยู่ในป่าลึกอย่างนี้ และแถมไม่ได้สร้างเพียงแห่งเดียว แต่สร้างแล้ว ๔ หมู่บ้าน ๓ จังหวัด (ประวัติของท่านดูในวีดีโอที่อยู่ใน "บินเดียวไปกับสายลม 2557ฯ -บทนำ-")

สนทนากันเพลินจนเวลาล่วงไปเกือบๆ เพล วันนี้มีกิจนิมนต์ต้องไปฉันเพลงานแต่งงานของคนในหมู่บ้าน ปกติชาวปกาเกอะญอแต่งงานจะไม่มีพิธีสงฆ์ แต่เจ้าบ่าวคนนี้เป็นลูกศิษย์พระอาจารย์ฮวด จึงจัดถวายเพลพระด้วย ได้ยินว่าวันก่อนจัดถวายเพลที่บ้านเจ้าสาว วันนี้จัดถวายเพลที่บ้านเจ้าบ่าว

เจ้าบ่าวมานิมนต์ที่วัดพร้อมขอโทษขอโพยที่มาช้าเพราะมัวแต่ต้อนรับแขกที่มางาน เราไปถึงบ้านงานจึงไม่ได้สวดมนต์อะไรมากแค่ให้ศีลแล้วให้ถวายทาน ฉันเสร็จอนุโมทนาให้คู่บ่าวสาวกรวดน้ำ ชะยันโตให้ ๓ จบ ซัดดอกไม้แทนพรมน้ำมนต์ และให้โอวาทธรรมเล็กน้อยสำหรับคู่แต่งงาน (ฆารวาสธรรม) ซึ่งทั้งหมดนี้พระอาจารย์ฮวดให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำทั้งสิ้น เรียกว่าใช้งานคุ้มเลยทีเดียว

ทั้งพิธีทำบุญวันพระตอนเช้าและฉันเพลงานแต่งงานบนดอยนี้ เป็นประสบการณ์ที่ดีของข้าพเจ้าเลยทีเดียว แม้จะเคยไปงานประเภทเดียวกันนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อมาต่างที่ต่างถิ่นก็อดตื่นตาตื่นใจไม่ได้

รับถวายภัตตาหารจากคู่บ่าวสาว

คู่บ่าวสาวกรวดน้ำ

ซัดดอกไม้แทนพรมน้ำมนต์
ตั้งแต่เมื่อวาน (๖ ก.พ. ๕๗) พระอาจารย์ฮวดได้ ว. ไปนัดหมายกับทางโรงเรียนบ้านแม่หาดว่าจะขึ้นไปถึงเวลา ๑๑.๓๐ น. แถวๆ นี้ไม่มีสัญญาณมือถือสักค่าย ระบบไหนว่าแน่ๆ ขึ้นมาบนนี้บอดทั้งหมด แต่ว่า อบต.แม่สวด ใช้วิทยุสื่อสารเครื่องแดง (CB 245 MHz) ที่ประชาชนทั่วไปสามารถมีและใช้ได้ถูกต้องตามกฎหมาย ทางพระอาจารย์ฮวดจึงพออาศัยติดต่อตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อประสานกิจการงานได้สะดวกพอสมควร

กว่าเราจะฉันเพลเสร็จก็เป็นเวลาเกือบๆ เที่ยง แล้วจึงต้องรีบออกเดินทางไปที่โรงเรียนบ้านแม่หาด จุดหมายหลักแห่งหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้

--โปรดติดตามตอนต่อไป--

บินเดี่ยวไปกับสายลม 2557 หล่อพระและทำบุญบนดอย - บทที่ 5 โรงเรียนของหนู -

บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๗ หล่อพระและทำบุญบนดอย
- บทที่ ๕ โรงเรียนของหนู -

เราช้ากว่าเวลาที่นัดหมายไปครึ่งชั่วโมงพึ่งจะได้เดินทางออกจากบ้านห้วยมะน้ำมุ่งหน้าสู่โรงเรียนบ้านแม่หาดที่อยู่ห่างออกไป ๘ กิโลเมตร ซึ่งถ้าเป็นในเมืองคงจะใช้เวลาอย่างมากไม่เกิน ๑๐ นาทีเท่านั้น

วันนี้นอกจากข้าพเจ้า โยมชาลี โยมฟ้าแล้ว ยังมีพระอาจารย์ฮวด และปุ๊กคาเด็กวัด ร่วมเดินทางไปกับเจ้า "นิลมังกร" ที่มีแค่ ๔ ที่นั่ง จึงต้องมีการปรับตำแห่งการนั่งใหม่ ให้โยมชาลี โยมฟ้า และปุ๊กคา นั่งเบียดกันที่เบาะหลัง พระอาจารย์ฮวดนั่งในตำแหน่ง Co-Driver ส่วนข้าพเจ้าจำเป็นต้องกระโดดข้ามฟากมาเป็น Driver เอง

เส้นทางระยะ ๘ กิโลเมตร แต่ไต่ระดับขึ้นเป็นส่วนใหญ่ บ้านห้วยมะน้ำอยู่ที่ระดับประมาณ ๕๒๐ เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่ที่หมายของเรานั้นอยู่ที่ประมาณ ๙๒๐ เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง
กราฟสีเขียวช่องขวามือแสดงระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ทางลูกรังแคบๆ ที่เต็มไปด้วยร่องลึกที่เกิดจากน้ำฝนไหลเซาะ ดูๆ แล้วบางร่องน่าจะลึกระดับเข่า ทำให้เจ้า "นิลมังกร" ต้องค่อยๆ คลานไปเรื่อยๆ คร่อมร่องบ้าง หลบข้างๆ ร่องบ้าง บางช่วงที่จำเป็นต้องเปลี่ยนไลน์ลงไปในร่องรถก็โคลงเคลงพอให้คนนั่งถึงกับต้องภาวนา "พุทโธแคล้วคลาด ธัมโมแคล้วคลาด สังโฆแคล้วคลาด" เรียกว่าเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง

ช่วงต้นๆ ข้าพเจ้ายังไม่ค่อยชินกับเจ้า "นิลมังกร" เท่าไร จึงมีอาการกดคันเร่งเกินความจำเป็นพอให้คนนั่งอกสั่นขวัญหายบ้าง เพราะแม้ว่าจะเคยขับมาตั้งแต่ยังไม่ได้บวชก็ตาม แต่ว่าพอเป็นพระแล้วก็ไม่ได้ขับเลยร่วมๆ ๑๐ ปี ปีก่อน (๒๕๕๖) ที่ขึ้นมาแถบนี้ได้ขับแบบระบบไม่สมบูรณ์เท่าไร แต่ครั้งนี้ทุกระบบสมบูรณ์เต็มที่ กำลังเกือบๆ  ๑๐๐ แรงม้าจากเครื่อง G15A 1,500 cc ถ่ายทอดสู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหรือที่เรียกว่าเกียร์สโลว์ ๑๓๐๐ เฟืองท้ายเดิมๆ และยาง ๓๑ นิ้ว นับว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวทีเดียว เมื่อเริ่มชินกับ "นิลมังกร" แล้วก็สามารถ "ปราบพยศ" ได้อย่างราบคาบ พาคณะเดินทางอย่างปลอดภัยตลอดเส้นทาง
"นิลมังกร" ระหว่างเส้นทางจากสบโขงขึ้นไปห้วยมะน้ำเมื่อปี ๒๕๕๖
เราใช้เวลาราวๆ ๕๐ นาทีก็มาถึง โรงเรียนบ้านแม่หาด หมู่ที่ ๗ ตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 

คุณครูและเด็กๆ ได้รอพวกเราอย่างใจจดจ่อ ระหว่างทางมีการ ว. มาถามถึงการเดินทางของเราเป็นระยะๆ  รองเท้านักเรียนพร้อมถุงเท้าที่ถูกส่งขึ้นมาก่อนหน้าหลายเดือน ถูกจัดเรียงบนโต๊ะหน้าเสาธง สิ่งของบริจาคในรถถูกขนลงไปเรียงไว้บนโต๊ะที่ยังว่างอยู่

ก่อนที่จะทำการแจกสิ่งของและทุนการศึกษาข้าพเจ้ากับพระอาจารย์ฮวดได้ร่วมประชุมกับคณะครู พ่อหลวง (ผู้ใหญ่บ้าน) อบต. เพื่อทำความเข้าใจ ๒ เรื่อง คือ ๑. เรื่องการทำเอกสารขอความอนุเคราะห์โต๊ะนักเรียนใหม่ที่ข้าพเจ้ารับเป็นผู้ประสานงานกับเจ้าภาพใหญ่คือ ดร.ชินเวศ สารสาส และ ๒. กำหนดการฉลองอาคารใหม่ของโรงเรียนที่ญาติโยมทางมาเลเซียได้ให้ทุนก่อสร้างผ่านมาทางพระอาจารย์ฮวด

หลังจากประชุมจึงได้เริ่มการแจกสิ่งของ เพื่อความรวดเร็วคุณครูจึงให้ข้าพเจ้ามอบรองเท้าให้กับตัวแทนนักเรียนเป็นปฐม ส่วนที่เหลือให้คุณครูดำเนินการต่อภายหลัง จากนั้นก็ได้มอบสิ่งของและเงินให้กับโรงเรียน ,ครู ,และนักเรียน โดยมีผู้ช่วยคือโยมฟ้า ทำหน้าที่แจกลูกอมแก่เด็กๆ
มอบรองเท้าให้ตัวแทนนักเรียน
มอบสิ่งของและเงินสดให้โรงเรียนและครู

แจกทุนการศึกษานักเรียน
โยมฟ้าช่วยแจกลูกอม
รายการสิ่งของและเงินสดที่ได้แจกไปมีดังนี้

๑. เงินสด ๕,๐๐๐ บาท
๒. คอมพิวเตอร์ ๑ เครื่อง ที่ได้รับมาจากโยมบุหงา จันทร์แก้มแก้ว
๓. เครื่องช่วยสอน (เครื่องขยายเสียง) พร้อมถ่านและแท่นชาร์จ
๔. เครื่องปั่นไฟขนาด ๒ แรงครึ่ง ๙๐๐ วัตต์ พร้อมออโตลู้ป
๕. หนังสือนิทาน ๖๐ กว่าเล่ม
--เหล่านี้มอบให้โรงเรียน

๖. เครื่องเขียนจำนวนมาก
๗. รองเท้า ถุงเท้านักเรียน ๑๕๐ ชุด
๘. ขนมปัง ๒ ปีป และลูกอมถุงใหญ่
๙. ทุนการศึกษา ๕,๕๖๐ บาท
--เหล่านี้มอบให้นักเรียน

๑๐. เงินสด ๖,๐๐๐ บาท
--มอบให้เป็นขวัญกำลังใจคุณครู

////////// นับว่าภารกิจหลัก ๑ ใน ๒ ประการของเราได้สำเร็จลุล่วงลงด้วยดี ขออนุโมทนากับผู้ร่วมบุญทุกๆ ท่าน //////////

หลังจากเสร็จสิ้นการมอบสิ่งของต่างๆ แล้ว เราได้เดินไปดูความคืบหน้าของการก่อสร้างอาคารโรงเรียนหลังใหม่ที่มีกำหนดจะทำพิธีฉลองและส่งมอบในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗
อาคารโรงเรียนบ้านแม่หาดหลังใหม่ที่กำลังก่อสร้าง
เราใช้เวลาที่นี่ได้ไม่นานนักก็ต้องรีบออกเดินทางต่อ เพราะว่าเรายังมีที่หมายอีกหลายที่ มีภารกิจอีกหลายอย่างที่ต้องกระทำ รวมทั้งภารกิจหลักของการเดินทางครั้งนี้คือการมาหล่อพระ "หลวงพ่อทันใจ"

--โปรดติดตามตอนต่อไป--

บินเดี่ยวไปกับสายลม 2557 หล่อพระและทำบุญบนดอย - บทที่ 6 บุญบังเอิญ -

บินเดี่ยวไปกับสายลม ๒๕๕๗ หล่อพระและทำบุญบนดอย
- บทที่ ๖ บุญบังเอิญ -

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจมอบสิ่งของและทุนการศึกษาที่โรงเรียนบ้านแม่หาดแล้ว คณะเราเดินทางต่อโดยใช้เส้นทางคนละทางกับขามา 

เส้นทางนี้ผ่านไปบ้านกุยพิคีแล้วตัดตรงลงไปที่บ้านอุมโล๊ะ ระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตรเป็นทางลูกรังมีร่องน้ำ บางช่วงเต็มไปด้วยก้อนหินขนาดเขื่องๆ ลอยปูดโปนพอให้นั่งรถกันหัวสั่นหัวคลอน เส้นทางส่วนมากเป็นทางลงดอย พิจารณาแล้วเห็นว่าถ้าเป็นฤดูฝนคงจะเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่ยังดีที่บางช่วงที่ยากมากๆ เช่น ช่วงที่เป็นทางโค้งหักศอกต่อด้วยทางขึ้นชัน เป็นต้นนั้น ได้มีการเทคอนกรีตไว้เป็นระยะๆ 

ที่บ้านกุยพิคี เราได้แวะบริเวณก่อสร้างวัดอีกแห่งที่ท่านพระอาจารย์ฮวดกำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ ภายหลังข้าพเจ้าได้ยินว่าพระอาจารย์ฮวดตั้งปณิธานไว้ว่าจะสร้างให้ได้ ๙ วัด ก็ขออนุโมทนาและจะพยายามสนับสนุนเท่าที่จะพอทำได้
พระพุทธรูปและพระเจดีย์ที่กุยพิคี
ไม่นานนักหลังจากที่เราแวะบอกข่าวกับพ่อหลวง หรือผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านกุยพิคี ให้ทราบถึงกำหนดการวันหล่อพระพุทธรูปที่เมโลเดแล้ว เราก็ได้เดินทางมาถึงบ้านอุมโล๊ะ แวะที่บ้าน อบต. ฉันน้ำปานะเย็นๆ ให้ชื่นใจ บ้าน อบต. เปิดเป็นร้านค้า และมีน้ำแข็งขายด้วย!!!
บ้าน อบต. ซูเปอร์มาเก็ตกลางป่า
จากอุมโล๊ะมุ่งหน้าสบโขงเราได้รับสัญญาณวิทยุสื่อสาร เรียกขานมาจากหลวงพี่เชอร์รี่ซึ่งพึ่งจะเดินทางเข้ามาพร้อมกับตุ๊ป้อมหาสิงห์ เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ จึงได้นัดกันว่าเราจะไปรอพบที่บ้านสบโขง แต่ระหว่างทางเราแวะไปที่จุดข้ามน้ำไปบ้านทีสะนอ เสียเวลาไปหลายนาที จึงไปถึงสบโขงหลังคณะของหลวงพี่เชอร์รี่

คณะที่รออยู่ประกอบด้วย ตุ๊ป้อมหาสิงห์ หลวงพี่เชอร์รี่ น้องๆ สามเณร ๒ องค์ โยมแดง และโยมนิตยา เดินทางมาด้วยรถกระบะขับเคลื่อนสองล้อธรรมดาไม่ได้ยกสูง จึงไม่สามารถข้ามน้ำแม่เงาไปฝั่งเชียงใหม่เพื่อไปเมโลเดได้ 

ปรึกษากันไม่นานก็สรุปว่าข้าพเจ้าได้มีโอกาสทำบุญแบบบังเอิญๆ ไม่ได้อยู่ในแผน คือ ได้เป็นผู้ขับรถพาตุ๊ป้อมหาสิงห์และน้องเณรผู้อุปัฏฐากจากบ้านสบโขงไปบ้านเมโลเด ซึ่งตลอดทางข้าพเจ้าถึงกับเกร็งและต้องเอ่ยปากขอสุมาตุ๊ป้ออยู่เรื่อยๆ เพราะเกรงว่าท่านจะได้รับความลำบากจากหนทางที่วิบาก แต่ท่านก็ไม่ได้แสดงความเดือดร้อนอย่างไรเลย


เมื่อกลับออกมาถึงบ้านสบโขง ข้าพเจ้าย้ายไปนั่งเป็น Co-Driver แล้วให้โยมชาลีมากุมบังเหียน ควบคุม "นิลมังกร" พาคณะเราซึ่งตอนนี้เหลือแค่ ข้าพเจ้า โยมชาลี โยมฟ้า และปุ๊กคา แยกจากคณะหลวงพี่เชอร์รี่ มุ่งหน้ากลับไปถึงที่วัดศิริห้วยมะน้ำ ไทย-มาเลเซีย ก็เกือบหมดแสงแห่งกลางวันพอดี

คืนนั้นข้าพเจ้าอ่อนล้าจนต้องเข้าจำวัดแต่หัวค่ำ ไม่ได้อยู่สวดมนต์กับเด็กๆ ที่มากันเป็นปกติ เหนื่อยมาทั้งวันต้องขอชาร์จแบตตัวเองให้เต็มที่ ก่อนที่จะถึงวันหล่อพระที่เมโลเด ภารกิจหลักที่เหลือของการเดินทางรอนแรมมาในครั้งนี้

-- โปรดติดตามตอนต่อไป --

บทความที่ได้รับความนิยม

กลับขึ้นบนสุด